1. ประกาศฉบับนี้ใช้กับใครบ้างและช่องทางในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
1.1 ประกาศฉบับนี้ใช้กับใครบ้าง
ประกาศฉบับนี้ใช้สำหรับท่าน หากท่านเป็นบุคคลประเภทใดประเภทหนึ่งหรือหลายประเภท ดังนี้
| ประเภทบุคคลที่อยู่ภายใต้ประกาศนี้ | รายละเอียดและตัวอย่าง |
|---|---|
| ลูกค้าบุคคลธรรมดา (“ลูกค้า”) | ลูกค้าบุคคลธรรมดาของบริษัท เช่น
|
| บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับลูกค้านิติบุคคลของบริษัท หรือนิติบุคคลที่มีการทำธุรกรรมกับบริษัท (“บุคลากรของคู่ค้า”) | บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับลูกค้านิติบุคคลของบริษัท หรือนิติบุคคลที่มีการทำธุรกรรมกับบริษัท เช่น
|
| บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมของบริษัทหรือลูกค้าของบริษัท (“ผู้ติดต่อ”) | บุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมของบริษัทหรือลูกค้าของบริษัท เช่น
|
| บุคคลธรรมดาทั่วไป (“บุคคลทั่วไป”) | บุคคลธรรมดาทั่วไป เช่น บุคคลที่บริษัท มีความสัมพันธ์ ปฏิสัมพันธ์ ติดต่อกันโดยประการอื่นๆ หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท หรือที่บริษัท ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าผ่านช่องทางใด |
| ผู้สมัครงาน พนักงาน ลูกจ้าง อดีตพนักงาน อดีตลูกจ้าง ผู้อ้างอิง ผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน และผู้เกี่ยวข้อง (“พนักงาน”) |
|
1.2 ช่องทางในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง หรือให้ผ่านบริษัท หรือมีอยู่กับบริษัท ทั้งที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ ติดต่อ เยี่ยมชม เข้าร่วมกิจกรรม ค้นหา ผ่านช่องทางการให้บริการ และ/หรือช่องทางการติดต่อต่างๆ ของบริษัท เช่น สำนักงาน เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัท โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ ข้อความสั้น (SMS) แบบสอบถาม นามบัตร การประชุม อบรม สัมมนา งานอีเว้นท์ สันทนาการ กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด การพบปะ การสมัครงาน การทำสัญญาจ้างงาน ระหว่างทำงาน หรือช่องทางอื่นใด
(2) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น เช่น หน่วยงานของรัฐ บริษัทผู้ให้บริการอื่นๆ พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ให้บริการของพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทที่ร่วมออกผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการกับบริษัท ผู้ให้บริการข้อมูล ลูกค้าของบริษัท บุคคลหรือนิติบุคคลที่มาทำธุรกรรมกับบริษัท (ในฐานะที่ท่านเป็นบุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมดังกล่าว ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น) นายทะเบียน สื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลภายนอก แหล่งข้อมูลสาธารณะ (เช่น ราชกิจจานุเบกษา) ผู้มีอำนาจหรือมีสิทธิตามกฎหมาย บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่บริษัท มีนิติสัมพันธ์ด้วย
2. ข้อมูลส่วนบุคคลใดบ้างที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย
2.1 ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ดังนี้
2.1.1 บุคคลธรรมดา คือ ลูกค้าบุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมของบริษัท หรือลูกค้าของบริษัท และบุคคลธรรมดาทั่วไป
| ประเภทของข้อมูล | ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย |
|---|---|
| ข้อมูลส่วนตัว |
|
| ข้อมูลเพื่อการติดต่อ |
|
| ข้อมูลความเป็นเจ้าของกิจการ | สัดส่วนการถือหุ้น และ/หรือข้อมูลบนเอกสารอื่นใดเพื่อยืนยันการประกอบธุรกิจ |
| ข้อมูลทางการเงินและการทำธุรกรรม |
|
| ข้อมูลทางเทคนิค อุปกรณ์หรือเครื่องมือ |
|
| ข้อมูลอื่นๆ |
|
| มุมมองและความคิดเห็น | ข้อมูลเกี่ยวกับมุมมองและความคิดเห็นของท่าน เช่น ความต้องการของคุณเกี่ยวกับสัญญาจ้างงาน / ความสัมพันธ์ในการทำงาน หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ท่านเลือกส่งให้บริษัท ความคิดเห็น ข้อติชม ข้อร้องเรียน คำแนะนำ การตอบแบบสำรวจความคิดเห็น คำถามและข้อมูลที่ท่านให้โดยสมัครใจในระหว่างที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรบุคคล |
2.1.2 บุคลากรของนิติบุคคล คือ บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับลูกค้านิติบุคคลของบริษัท หรือนิติบุคคลที่มีการทำธุรกรรมกับบริษัท
| ประเภทของข้อมูล | ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย |
|---|---|
| ข้อมูลส่วนตัว |
|
| ข้อมูลเพื่อการติดต่อ |
|
| ข้อมูลการทำงาน |
|
| ข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารประกอบการทำธุรกรรม |
|
| ข้อมูลอื่นๆ |
|
2.1.3 ผู้สมัครงาน พนักงาน ลูกจ้าง อดีตพนักงาน อดีตลูกจ้าง ผู้อ้างอิง ผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน และผู้เกี่ยวข้อง คือ บุคคลธรรมดาที่ได้สมัครงานเข้ามายังบริษัท บุคคลธรรมดาที่บริษัท ได้ว่าจ้างให้เป็นพนักงาน ลูกจ้าง เพื่อปฏิบัติงานให้แก่บริษัท ตลอดจนอดีตพนักงาน อดีตลูกจ้าง บุคคลธรรมดาที่ผู้สมัครงานได้เคยให้ข้อมูลแก่บริษัท ไว้เป็นผู้อ้างอิงในการสมัครงาน และรวมถึงบุคคลที่พนักงาน ลูกจ้าง ได้ให้ข้อมูลไว้เป็นผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับพนักงาน
| ประเภทของข้อมูล | ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย |
|---|---|
| ชื่อ อักษรย่อ และลักษณะประจำตัว | ข้อมูลที่บอกว่าเป็นตัวท่าน ใช้เรียกท่าน หรือใช้พูดถึงท่าน เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อตัว / อักษรย่อจากชื่อตัว ชื่อกลาง/อักษรย่อจากชื่อกลาง นามสกุล นามสกุลก่อนแต่งงาน นามแฝงหรือชื่อที่เคยใช้ และลายเซ็น อายุ วันเดือนปีเกิด เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก สถานภาพการสมรส สัญชาติ ข้อมูลการเกณฑ์ทหาร งานอดิเรกและความสนใจ ภาพถ่าย ความสามารถในการใช้ภาษา และจำนวนบุตร |
| ข้อมูลการระบุตัวตนที่หน่วยงานรัฐออกให้ | หมายเลขหรือรหัสที่หน่วยงานที่รับผิดชอบออกให้ท่านใช้ยืนยันตัวตน เช่น หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขประจำตัวอื่นหน่วยงานรัฐออกให้ หมายเลขใบขับขี่ หมายเลขใบอนุญาตการทำงาน หมายเลขหนังสือเดินทาง และหมายเลขทะเบียนคนต่างด้าว |
| ข้อมูลเพื่อการติดต่อ | รายละเอียดการติดต่อ เช่น ที่อยู่บ้าน ที่อยู่สำหรับจัดส่งของ เบอร์บ้าน เบอร์โทรสาร(แฟกซ์)ของบ้าน อีเมลส่วนตัว เบอร์อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ หรือเครือข่ายไร้สาย (Wireless) ส่วนตัว ประวัติหรือชื่อผู้ใช้งาน (Handle) ในสื่อสังคมออนไลน์ ที่อยู่ของที่ทำงาน เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน อีเมลของที่ทำงาน และเบอร์อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ หรือเครือข่ายไร้สายของที่ทำงาน |
| ข้อมูลการศึกษา และการจ้างงาน | ข้อมูลการศึกษาและการทำงานของท่าน เช่น วุฒิการศึกษา และการเข้าศึกษา ใบอนุญาต ฐานะการเป็นสมาชิกกับองค์กรวิชาชีพ และผลการศึกษา อาชีพ / ยศ ตำแหน่ง ฝ่ายงาน หมายเลขทะเบียนนายจ้าง รหัสงาน รายละเอียดเกี่ยวกับสถานะของวีซ่าสำหรับทำงาน / การอนุมัติการจ้างงาน ผลการตรวจหาสารเสพติด ข้อมูลผู้อ้างอิงและประวัติ หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ข้อเรียกร้องประกันภัย เงินทดแทนแรงงาน บันทึกการจ้างงาน (และข้อมูลเงินเดือน การเข้างาน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ) วันที่เริ่มงาน การเลิกจ้างงาน ทรัพย์สินที่ลูกจ้างเป็นเจ้าของ และการประเมินต่างๆ (การประเมินผลการทำงาน และความเป็นไปได้ต่างๆ) รวมทั้ง การใช้เทคโนโลยีต่างๆ - การประเมินการใช้เทคโนโลยี (เช่น อินเทอร์เน็ต และอีเมล เป็นต้น) |
| ข้อมูลอุปกรณ์การสื่อสาร | ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์และการใช้อุปกรณ์ รวมทั้งข้อมูลทางเทคนิคของอุปกรณ์ เช่น การบอกพิกัดตำแหน่งต่างๆ ข้อมูลเสาโทรคมนาคม ข้อมูลการเข้าถึงสื่อเสียง / วิดีโอ / ภาพถ่าย / กล้องถ่ายภาพ ข้อมูลปฏิทิน บันทึกการโทร สมุดรายชื่อ / ที่อยู่ของผู้ติดต่อทางข้อความหรืออีเมล (เนื้อหาของข้อความหรืออีเมล) หมายเลขประจำตัวเครื่อง (Unique Device Identifier: UDID) หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ พฤติกรรมการคลิก / ข้อมูลการติดตามเว็บไซต์ออนไลน์ ข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างอย่างชัดเจน (ข้อความ เสียง รูปภาพ วิดีโอ ฯลฯ) การให้ข้อมูลสิ่งต่างๆ โดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RFID) ข้อมูลยืนยันเพื่อเข้าสู่ระบบ รหัสที่ใช้เพื่อความปลอดภัย รหัสการเข้าถึง หรือรหัสผ่านใดๆ ที่จำเป็น ชื่อบัญชีผู้ใช้งาน รหัสผ่านเข้าใช้บัญชีผู้ใช้งาน หมายเลขใบอนุญาตการวัดและส่งข้อมูลทางไกล (Telemetry) หรือรายละเอียดที่อธิบายความเป็นมาของข้อมูลหลัก (Metadata) ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของผู้ใช้งานปลายทาง เช่น การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ (แม้ว่าบริษัทจะไม่ทราบตัวตนของผู้ใช้งานก็ตาม) และไฟล์ที่เว็บไซต์ที่คุณเข้าชมสร้างขึ้น (คุกกี้) หรือเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายกัน |
| ข้อมูลอื่นๆ | บันทึกการสื่อสารหรือการโต้ตอบระหว่างท่านกับบริษัท รายละเอียดเรื่องร้องเรียนหรือการออกความเห็น คำขอใช้สิทธิต่างๆ ผลประเมินการสำรวจความคิดเห็น บันทึกเสียง ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว คลิปบันทึกเสียง บันทึกการสื่อสารผ่าน Log / Chat - Bot ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ข้อมูลบนคำสั่งศาล / ราชกิจจานุเบกษาที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมของลูกค้าของบริษัท หรือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท (เช่น คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ คำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก คำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนสมือนไร้ความสามารถ คำสั่งเรียกพยานเอกสารหรือพยานวัตถุ) และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท |
| มุมมองและความคิดเห็น | ข้อมูลเกี่ยวกับมุมมองและความคิดเห็นของท่าน เช่น ความต้องการของคุณเกี่ยวกับสัญญาจ้างงาน / ความสัมพันธ์ในการทำงาน หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ท่านเลือกส่งให้บริษัท ความคิดเห็น ข้อติชม ข้อร้องเรียน คำแนะนำ การตอบแบบสำรวจความคิดเห็น คำถามและข้อมูลที่ท่านให้โดยสมัครใจในระหว่างที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรบุคคล |
หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวของท่านกับบริษัท บริษัท อาจไม่สามารถเสนอตำแหน่งงานให้ท่านได้ตามคำขอ และอาจไม่สามารถทำหน้าที่ทุกอย่างที่บริษัทมีต่อท่านตามสัญญาจ้างงาน/ความสัมพันธ์ในการทำงานกับท่าน หรือไม่สามารถรับผิดชอบภาระหน้าที่ที่บริษัทต้องทำตามกฎหมายได้
ข้อมูลบุคคลภายนอกเพื่อใช้ในการอ้างอิง การรับรอง การดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับการจ้างงาน การติดต่อ โดยหากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคนภายนอกกับบริษัท เช่น ข้อมูลคู่สมรส ข้อมูลสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลบุตร หรือถ้าท่านขอให้บริษัท เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคนๆ นั้นให้กับคนภายนอก ท่านจะต้องแจ้งรายละเอียดตามประกาศฉบับนี้ให้กับคนๆ นั้นรับรู้ รวมทั้งขออนุญาตและได้รับความยินยอมจากคนภายนอกนั้นด้วย (ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) นอกจากนี้ ท่านยังต้องจัดการให้บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามที่ได้ประกาศไว้ในฉบับนี้ด้วย
2.2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Personal Data)
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ โดยบริษัท ไม่มีเจตนาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนจากท่าน เว้นแต่ท่านเป็นผู้สมัครงาน พนักงาน ลูกจ้าง อดีตพนักงาน อดีตลูกจ้าง ของบริษัท โดยบริษัท จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนนี้ ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านอย่างชัดเจนด้วยวิธีการที่เหมาะสม เพื่อปฏิบัติตามสัญญาจ้าง สร้างสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย นำมาต่อสู้ ทำตามหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ทำหน้าที่ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะที่สำคัญตามกฎหมาย หรือเรื่องอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้
| ประเภทข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน | จุดมุ่งหมาย |
|---|---|
| ประวัติอาชญากรรม | เพื่อเก็บรวบรวมและใช้ประวัติการทำผิดทางกฎหมายของท่านเพื่อนำมาใช้พิจารณาในระหว่างการสรรหาพนักงาน คัดกรองประวัติ / การตรวจสอบ และ / หรือการสอบสวน |
| ข้อมูลสุขภาพ | บริษัท อาจเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลสุขภาพของคุณเพื่อพิจารณาจ้างงาน การทำตามสัญญา การบริหารจัดการประวัติการลาหยุด เงินเดือน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ข้อมูลสุขภาพของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมอาจรวมถึงหมู่เลือด หมายเลขบันทึกการแพทย์ หมายเลขผู้รับประโยชน์จากแผนสุขภาพ การระบุอุปกรณ์การสื่อสารและหมายเลขลำดับการรักษาพยาบาล การวินิจฉัยโรค ประวัติการรักษาพยาบาล ข้อมูลการชำระเงินค่ารักษาพยาบาล ข้อมูลการใช้สิทธิเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับการรักษาพยาบาล ภาพถ่ายทางการแพทย์ และรายละเอียดที่อธิบายความเป็นมาของข้อมูลหลัก (Metadata) หมายเลข Rx / ใบสั่งยา เลขประจำตัวผู้ประกันสุขภาพ หรือเลขที่บัญชี ยา การบำบัด หรือผลิตภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ ข้อมูลสุขภาพกาย สุขภาพจิต ผลทดสอบหรือข้อมูลทางพันธุกรรม ประวัติสุขภาพของครอบครัว หรือประวัติอาการเจ็บป่วย และผลการตรวจร่างกายประจำปี |
| ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ | บริษัท อาจเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติของท่านเพื่อใช้ในสัญญา |
| ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา | บริษัท อาจเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาของท่านเพื่อใช้ในสัญญา จัดการหลักฐานและบันทึกลาหยุดข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติของท่านเพื่อใช้ในสัญญา |
| ข้อมูลชีวภาพ | บริษัท อาจเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลทางร่างกาย (เช่น ลายนิ้วมือ และ/หรือการจดจำใบหน้า) เพื่อยืนยันตัวตน และใช้สิทธิ์เข้าสำนักงาน |
(ต่อไปในประกาศฉบับนี้หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนข้างต้น รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”)
2.3. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
บริษัท ไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เว้นแต่บริษัท จะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ หรือการใดๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) และ/หรือดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นๆ หากบริษัท ทราบว่าบริษัท ได้เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยปราศจากความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ หรือผู้เยาว์ที่อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) และไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ บริษัท จะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
2.4. ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใด
หากท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใด ซึ่งเป็นบุคลากรของนิติบุคคล และ/หรือที่เกี่ยวข้องกับท่านแก่บริษัท เช่น ผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน บุคคลในครอบครัว บุคคลอ้างอิง คู่ค้า ผู้รับผลประโยชน์ ผู้จัดการมรดก ผู้ติดต่อฉุกเฉิน และ/หรือบุคคลอื่นใดตามเอกสารการทำธุรกรรมของท่าน เป็นต้น ขอให้ท่านโปรดแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบเกี่ยวกับรายละเอียดตามประกาศฉบับนี้ และขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้นหากจำเป็น หรือกำหนดฐานทางกฎหมายอื่นเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัท สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามเหล่านี้ได้
3. บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ใดบ้าง
บริษัท จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามความยินยอมของท่าน และ/หรือเพื่อดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นๆ โดยวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามประกาศฉบับนี้
ทั้งนี้ วัตถุประสงค์บางประเภทดังต่อไปนี้อาจใช้บังคับกับบางท่านและอาจไม่ใช้บังคับกับบางท่าน โปรดพิจารณาลักษณะวัตถุประสงค์ตามความสัมพันธ์ระหว่างท่านและบริษัท เป็นรายกรณีไป
3.1 วัตถุประสงค์ที่อาศัยความยินยอม
บริษัท จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยฐานความยินยอม สำหรับวัตถุประสงค์ ส่วนพนักงาน บริษัท จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่บริษัท ไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่น นอกเหนือจากการขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากพนักงานได้ โดยวัตถุประสงค์ดังกล่าว ได้แก่
3.1.1 ข้อมูลศาสนา และเชื้อชาติ (ข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการเก็บสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทางของบางประเทศที่บริษัท จำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐานในการพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลเท่านั้น)
3.1.2 ข้อมูลชีวภาพ เพื่อการลงลายมือชื่อ การพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคล การลงเวลาทำงานของพนักงาน และสำหรับการผ่านประตูของบริษัท เท่านั้น
3.1.3 ข้อมูลประวัติสุขภาพ ข้อมูลความพิการ ประวัติอาชญากรรม ซึ่งบริษัท จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานและสำหรับพิจารณาการขาดงานเท่านั้น และสำหรับประวัติอาชญากรรมเพื่อการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเฉพาะพนักงาน ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องตรวจสอบเพื่อใช้ประกอบการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น
3.2 วัตถุประสงค์ที่อาศัยฐานทางกฎหมายอื่น นอกเหนือจากความยินยอม
บริษัท จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นๆ เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท เช่น เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือตามที่ท่านร้องขอ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย และ/หรือเพื่อดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นๆ สำหรับวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
3.2.1 การดำเนินการก่อนเข้าทำสัญญากับบริษัท เช่น การให้คำปรึกษา คำแนะนำ และ/หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ การวิเคราะห์และประเมินความต้องการของลูกค้า การตรวจสอบคุณสมบัติ การตรวจสอบสถานะของลูกค้านิติบุคคล การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลหรือเอกสาร การพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคล การตรวจสอบกับรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด (Sanction List) ของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐและ / หรือหน่วยงานทางการซึ่งเปิดเผยเป็นการทั่วไปตามที่กฎหมายกำหนด การตรวจสอบการถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือความเป็นบุคคลล้มละลาย การ pre-fill ข้อมูลส่วนตัว / ข้อมูลเพื่อการติดต่อของลูกค้าเพื่อการอำนวยความสะดวกในการสมัครผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัท
3.2.2 การดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาให้ผลิตภัณฑ์ และ / หรือบริการต่างๆ เช่น การติดต่อสื่อสาร การรับส่งเอกสารหรือพัสดุ การประมวลผลคำขอและการดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาอนุมัติคำขอ การเข้าทำสัญญา ข้อตกลง และ/หรือนิติกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้อง การลงทะเบียนใช้ผลิตภัณฑ์ บริการ และ/หรือเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท
3.2.3 การส่งมอบผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ ตามสัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัท เช่น
3.2.3.1 การดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้ใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ (เช่น การเปิดบัญชี การเปลี่ยนแปลงข้อมูล การตั้ง ใช้ เปลี่ยนแปลงวงเงิน หรือปรับปรุงบัญชี การจ่ายเงินปันผลและดอกเบี้ย การคืนเงินต้น การรับชำระราคา การอายัดบัญชี อายัดบัตร ตรวจสอบยอดเงินในบัญชี การทำรายงานธุรกรรม การกระทบยอด การจัดเตรียมเอกสารของข้อมูลลูกค้าเพื่อประกอบการทำธุรกรรมของลูกค้า เช่น การรับรองเอกสาร)
3.2.3.2 การมอบสิทธิประโยชน์ และการดำเนินการให้เป็นไปตามสิทธิประโยชน์ของลูกค้า
3.2.3.3 การจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า การดำเนินธุรกรรมหลังการขาย การอำนวยความสะดวกลูกค้า และ/หรือการจัดการสินค้าสมนาคุณให้กับลูกค้า
3.2.3.4 การให้คำปรึกษาหรือแนวทางการจัดการความเสี่ยง
3.2.3.5 การจัดการข้อร้องเรียน แก้ไขปัญหา การดำเนินการตามคำขอลูกค้า
3.2.3.6 การรับชำระเงินหรือทรัพย์สินใดๆ
3.2.3.7 การติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ การยกเลิกการบริการ
3.2.4 การดำเนินการทางการตลาดที่ไม่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่านตามกฎหมาย เช่น
3.2.4.1 การพิจารณากลุ่มลูกค้าเพื่อการนำส่งคำเชิญเข้าร่วมกิจกรรม หรือการส่งเสริมการขายตามความเหมาะสม
3.2.4.2 การนำส่งข้อเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรม งานอีเว้นท์ หรือการประชุมที่บริษัท จัดขึ้น รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม (เช่น การลงทะเบียนเข้างาน)
3.2.4.3 การนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และ/หรือสิทธิพิเศษที่ท่านร้องขอ หรือการแจ้งสิทธิประโยชน์ของท่าน
3.2.4.4 การนำเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการประเภทเดียวกัน / ใกล้เคียงกับที่ท่านมีอยู่กับบริษัท หรือบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของบริษัท
3.2.4.5 การติดต่อในกรณีที่ท่านยังสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการไม่สำเร็จ (drop - off) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในกรณีที่ท่านต้องการสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการประเภทเดียวกันกับบริษัท อีกครั้ง หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ และ / หรือบริการอื่นที่น่าจะอยู่ในความสนใจของท่าน
3.2.4.6 การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย (เช่น การให้สิทธิประโยชน์และของรางวัล)
3.2.5 การวิเคราะห์ วิจัย และ/หรือจัดทำข้อมูลทางสถิติที่ไม่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่านตามกฎหมาย เพื่อใช้ในการพัฒนา ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการภายในบริษัท เอง เช่น การวิเคราะห์ วิจัย วิจัยการตลาด จัดทำข้อมูลทางสถิติ การจัดทำรายงานสำหรับการใช้ภายในบริษัท
3.2.6 การดำเนินงานอื่นๆ ของบริษัท เช่น
3.2.6.1 การบริหารจัดการ การบริหารความเสี่ยง การกำกับตรวจสอบภายในบริษัท
3.2.6.2 การรักษาประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย
3.2.6.3 การจัดทำฐานข้อมูลลูกค้า หรือ การเก็บบันทึกข้อมูลลงระบบหรือฐานข้อมูล
3.2.6.4 การพิจารณาทบทวนคุณภาพเครดิตลูกค้า
3.2.6.5 การแจ้งเตือนชำระหนี้หรือต่ออายุผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ
3.2.6.6 การติดตามทวงถามหนี้
3.2.6.7 การสำรวจและประเมินความพึงพอใจภายหลังใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ
3.2.6.8 การดำเนินคดีหรือกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3.2.6.9 การร่วมงาน การประสานงาน และ/หรือการมอบหมายงานให้ผู้อื่นดำเนินการแทนหรือร่วมกับบริษัท (เช่น เพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการ ออกแบบประสบการณ์การให้บริการลูกค้า ออกแบบกระบวนการ หรือการสนับสนุนการส่งมอบผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ)
3.2.6.10 การโอนสิทธิ และ/หรือหน้าที่ การบริหารกิจการของบริษัท และบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของบริษัท
3.2.6.11 การใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) การควบคุมการเข้า - ออกสถานที่ทำการของบริษัท
3.2.6.12 การจัดการเรื่องร้องเรียน หรือการจัดการเหตุการณ์กระทำผิดต่อกฎหมาย หรือเหตุการณ์ต้องสงสัย (เช่น การทุจริต การฟอกเงิน การก่อการร้ายและแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง การก่ออาชญากรรม การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งรวมถึง การวางแผนการจัดการ การตรวจสอบ การเฝ้าระวัง การเก็บหลักฐาน การรายงาน และ/หรือการดำเนินการตรวจจับ)
3.2.6.13 การทำฐานข้อมูลด้านความเสี่ยงทางธุรกิจต่อบริษัท
3.2.6.14 การดำเนินการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการระบบสื่อสาร และการป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและภัยคุกคามทางไซเบอร์
3.2.7 การปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และ/หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามคำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลบริษัท เจ้าพนักงานของรัฐที่มีอำนาจตาม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายประกันชีวิต กฎหมายประกันวินาศภัย กฎหมายคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กฎหมายระบบการชำระเงิน กฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน กฎหมายสถาบันคุ้มครองเงินฝาก กฎหมายภาษีอากร กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายล้มละลาย และกฎหมายอื่นๆ ที่บริษัท จำเป็นต้องปฏิบัติตามทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงประกาศและระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว ทั้งที่ใช้บังคับอยู่แล้วในขณะนี้ ที่จะแก้ไขเพิ่มเติม หรือที่จะมีขึ้นต่อไปในอนาคต
3.2.8 การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
3.2.9 การจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ
3.2.10 การดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท หรือการปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท
ทั้งนี้ หากบริษัท จำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านสำหรับการเข้าทำหรือการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัท และ/หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท และท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นเหล่านั้นแก่บริษัท เมื่อมีการร้องขอ หรือกรณีที่ท่านเลือกที่จะลบบัญชีผู้ใช้งานของท่านออกจากแอปพลิเคชันที่ให้บริการของบริษัท บริษัท อาจจะไม่สามารถพิจารณาอนุมัติหรือส่งมอบ/จัดหา ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่านได้ ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท หรือความสัมพันธ์ระหว่างท่านและบริษัท ได้
4. บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ใครบ้าง
บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่านหรือภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ โดยบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามขอบเขตที่ท่านได้ให้ความยินยอมหรือขอบเขตที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ หรือในบางกรณี ท่านอาจอยู่ภายใต้ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเหล่านั้นอีกด้วย โดยที่ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ โดยบริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ตามแต่ความสัมพันธ์และการทำธุรกรรมของท่าน ดังต่อไปนี้
| ประเภทผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ให้บริการของบริษัท | บริษัท อาจใช้บริษัทอื่น คู่ค้า ตัวแทนของบริษัท ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ หรือผู้ให้บริการภายนอกเพื่อประกอบธุรกิจแทนบริษัท หรือเพื่อช่วยสนับสนุนการให้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัท แก่ท่าน ด้วยเหตุนี้ บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ให้บริการของบริษัท
|
| พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท | บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท ทั้งที่ร่วมมือกันในการจัดหาผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ ทั้งนี้ กรณีเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้พันธมิตรทางธุรกิจเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดของพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น เพื่อการส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์ หรือการเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการจากพันธมิตรทางธุรกิจให้แก่ท่าน บริษัท จะแจ้งรายชื่อพันธมิตรทางธุรกิจให้ท่านทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจให้ความยินยอม โดยการนี้ พันธมิตรทางธุรกิจสามารถยึดถือตามความยินยอมที่บริษัท ได้มา |
| บุคคลตามที่กฎหมายกำหนด | ในบางกรณี บริษัท มีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจหรือมีสิทธิตามกฎหมาย และ/หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านรวมถึง
|
| ที่ปรึกษา / ผู้เชี่ยวชาญ | เพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยัง
|
| ผู้สนใจจะเข้ารับโอนสิทธิ และ/หรือผู้รับโอนสิทธิในธุรกรรมหรือการควบรวมกิจการต่างๆ ของบริษัท | ในกรณีที่บริษัท มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ปรับโครงสร้างหนี้ การควบรวมกิจการ การได้มาซึ่งกิจการ การโอนสิทธิ การเลิกกิจการ หรือเหตุการณ์อื่นใดในลักษณะเดียวกันนั้น บริษัท อาจมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังคู่ค้า ผู้สนใจบริษัทบริหารสินทรัพย์ และ/หรือผู้รับโอนสิทธิดังกล่าว |
| บุคคลที่สามอื่นใด | บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลที่สามอื่นใด เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้ บุคคลที่สามอื่นใดที่รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
|
5. บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศหรือไม่
บริษัท อาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจของบริษัท ที่อยู่ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บนแพลตฟอร์มคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ พันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งที่ร่วมมือกันในการจัดหาผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ และพันธมิตรทางธุรกิจที่ออกผลิตภัณฑ์ร่วมกันในลักษณะ co-brand ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ หน่วยงานภาครัฐในต่างประเทศ และ/หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมของท่านในต่างประเทศ เป็นต้น
กรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ บริษัท จะดูแลให้มั่นใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ เช่น มีข้อตกลงกับผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าวเพื่อยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่ากับประเทศไทย
6. การใช้งานคุกกี้ และ/หรือเทคโนโลยีที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน
บริษัท อาจเก็บรวบรวมและใช้งานคุกกี้ และ/หรือเทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เมื่อท่านมีการใช้งานเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชันของบริษัท รวมถึงการทำธุรกรรม การใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัท ผ่านช่องทางดิจิทัลและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การเก็บรวบรวมคุกกี้ และ/หรือการใช้งานเทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน จะช่วยให้บริษัท สามารถจดจำการใช้งานและความชื่นชอบของท่าน รวมถึงการวิเคราะห์ความสนใจของท่านเพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชันของบริษัท ให้ตอบสนองต่อความต้องการและการใช้งานของท่าน เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชันของบริษัท
นอกจากนี้ บริษัท อาจมีการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตนของท่านแก่ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Google ทั้งในและต่างประเทศ โดย Google จะมีการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น คุกกี้ และ/หรือSoftware Development Kit (SDK) ในการติดตามและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการใช้งานของท่านบนเว็บไซต์และ / หรือแอปพลิเคชันของบริษัท ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการวิเคราะห์ข้อมูลของ Google ได้ที่หัวข้อ “How Google uses data when you use our partner's sites or apps” ที่ www.google.com/policies/privacy/partners หรือ URL อื่นตามที่ Google กำหนด
7. บริษัท จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเท่าใด
บริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้า หรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท หรือตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ และเมื่อท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์กับบริษัท บริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นตามระยะเวลาที่จำเป็นตามอายุความ หรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น
7.1 จัดเก็บไว้ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 5-10 ปีนับแต่ยุติความสัมพันธ์ตามแต่กรณี
7.2 จัดเก็บไว้ตามกฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายการบัญชี กฎหมายภาษีอากร 10 ปีนับแต่ยุติความสัมพันธ์ ทั้งนี้ บริษัท จะมีการดำเนินการในขั้นตอนที่เหมาะสม เพื่อทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว
8. บริษัท คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร
บริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Safeguard) มาตรการเชิงบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน สภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการเข้าถึง เก็บรวบรวม เปลี่ยนแปลง แก้ไข ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
บริษัท ได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัท ได้กำหนดประกาศ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์สำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ปลอดภัยและเหมาะสม การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน สิทธิในการอนุญาตให้พนักงานที่ได้รับมอบหมายให้เข้าถึงข้อมูล และหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจัดให้มีมาตรการสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องเหมาะสมกับวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการตรวจสอบเพื่อประเมินประสิทธิผลของการปฏิบัติตามประกาศ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นอกจากนี้ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษา และผู้รับข้อมูลจากบริษัท มีหน้าที่ต้องรักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท กำหนดขึ้น
9. สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง
สิทธิของท่านในข้อนี้เป็นสิทธิตามกฎหมายที่ท่านควรทราบ โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่างๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และประกาศที่กำหนดไว้ในขณะนี้หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัท กำหนดขึ้น และในกรณีท่านมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถูกจำกัดความสามารถในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย ท่านสามารถขอใช้สิทธิโดยให้บิดาและ/หรือมารดา ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือมีผู้อำนาจกระทำการแทนเป็นผู้แจ้งความประสงค์
9.1 สิทธิขอถอนความยินยอม หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ โดยการถอนความยินยอมของท่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้กระทำขึ้นก่อนการถอนความยินยอม
ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านในส่วนที่เกี่ยวข้องและจำเป็นกับการขอรับบริการ อาจส่งผลให้บริษัท ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือให้บริการกับท่านได้ หรืออาจส่งผลให้ธุรกรรมหรือกิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องถูกระงับ หรือหยุดลงชั่วคราว หรืออาจส่งผลกระทบต่อท่านในการรับทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ เช่น ท่านจะไม่ได้รับข้อเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ สิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ๆ ไม่ได้รับผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการที่ถูกใจมากยิ่งขึ้นและสอดคล้องหรือตรงตามความต้องการของท่าน หรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร คำแนะนำอันเป็นประโยชน์แก่ท่าน เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของท่าน จึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนถอนความยินยอม
9.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัท ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัท เปิดเผยว่าบริษัท ได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร
ทั้งนี้สำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการทำสำเนาโดยไม่คิดค่าบริการแก่ท่าน สำหรับสำเนาชุดแรกเท่านั้น สำหรับสำเนาที่เกินกว่าชุดแรก บริษัทอาจคิดค่าบริการ ค่าดำเนินการตามความเหมาะสม โดยจะแจ้งค่าบริการ ค่าดำเนินการ ให้ท่านทราบก่อนการทำสำเนา
9.3 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัท ได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัท ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท จำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยเพื่อให้ท่านสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัท ได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัท หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด
9.4 สิทธิขอคัดค้าน ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน บริษัท จะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัท สามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี
นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติได้อีกด้วย
9.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัท หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
9.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่บริษัท อยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอใช้สิทธิคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัท หมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ท่านขอให้บริษัท ระงับการใช้แทน
9.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
9.8 สิทธิร้องเรียน ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัท อาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากบริษัท ปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัท จะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย
ทั้งนี้ ท่านสามารถดำเนินการขอใช้สิทธิต่างๆ ได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
| สิทธิ | ระยะเวลาดำเนินการ (นับแต่วันที่ท่านได้ยื่นคำขอและเอกสารประกอบครบถ้วน) |
|---|---|
| สิทธิขอถอนความยินยอม | ภายใน 7 วันทำการ |
| สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล | ภายใน 30 วัน |
| สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล | ภายใน 30 วัน |
| สิทธิขอคัดค้าน | ภายใน 30 วัน |
| สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล | ภายใน 30 วัน |
| สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล | ภายใน 30 วัน |
| สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล | ภายใน 7 วันทำการ |
10. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลบังคับใช้
บริษัทจะยังคงเก็บรวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่บริษัทมีอยู่ในครอบครองก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะมีผลบังคับใช้ต่อไป ตามวัตถุประสงค์ที่มีอยู่เดิม โดยไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมจากท่านอีกครั้ง รวมถึงท่านมีสิทธิที่จะสามารถขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว พร้อมทั้งขอใช้สิทธิตามกฎหมายได้เหมือนเช่นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บหลังวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลบังคับใช้เช่นกัน แต่หากบริษัทจะมีการเปิดเผยและการดำเนินการอื่นใดที่ไม่ใช่การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เปลี่ยนไปจากวัตถุประสงค์ที่มีอยู่เดิม บริษัทจะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามบทบัญญัติที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้กำหนดไว้ต่อไป
11. บริษัท จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่
บริษัท อาจพิจารณาทบทวนเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้เป็นครั้งคราวตามความเหมาะสมและเท่าที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้ บริษัท จะดำเนินการประกาศประกาศฉบับปัจจุบันให้ท่านทราบบนเว็บไซต์ของบริษัท
12. ท่านจะติดต่อบริษัท และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้อย่างไร
หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงการขอใช้สิทธิตามประกาศฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัท และ/หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามช่องทางดังนี้
อีเมล: dpo@netdesigngroup.com
ที่อยู่: เลขที่ 3 อาคารฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 22 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
หมายเลขโทรศัพท์: 02-6421105
ประกาศฉบับนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป